บทที่ 12 วางอำนาจ
“ชักช้าจริงๆ” ทาวัฒน์บ่นให้คนเปิดประตูบ้านโดยไม่สนใจมองแล้วขับรถเข้าไปในบ้านของย่า
“อย่าไปสนใจไอ้พวกคนสวนไร้การศึกษาพวกนี้เลยลูก” ทิติพรพูดกับลูกชายหากเธอหันไปมองสักนิดก็จะรู้คนสวนที่พูดถึงเป็นถึงหลานชายคุณหญิงฉายฤดีและเป็นนักธุรกิจชื่อดัง
ส่วนนายพยนต์ก็กำลังจะเดินไปเปิดประตูแต่ไม่ทันว่าที่หลานเขยจึงหยุดอยู่หน้าเทอเรสดูว่าใครมาหาเจ้าของบ้านพอเห็นลูกสะใภ้ของคุณสิรามนลงจากรถก็เดินไปทางโรงรถข้างบ้านทันทีเพื่อคุยกับว่าที่หลานเขย
“นี่แก คุณแม่อยู่มั้ย” ทิติพรถามพ่อของนังเมียเก่าของสามีเสียงดัง
“อยู่ในบ้าน” พยนต์ตอบโดยไม่หันไปมอง
“ไปลูก ก็แค่ขี้ข้าไร้มารยาท” ทิติพรพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านพร้อมลูกชาย
“อ้าวแม่พรตาฟิวส์มาได้ยังไงลูก แล้วพ่อชาไม่มาด้วยเหรอ” คุณสิรามนมองลูกสะใภ้กับหลานชายอย่างแปลกใจที่มาหาเธอและไร้เงาของลูกชาย
“พรไม่อ้อมค้อมนะคะคุณแม่ พรมาเรื่องที่ดินขผืนนี้ของคุณแม่ค่ะ” ทิติพรนั่งลงแล้วเหลือบมองนางน้อมที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาข้างแม่สามี “ไปเอาน้ำเย็นให้ฉันกับลูกชายหน่อยสินางน้อม”
“ค่ะคุณพร”
“ไม่ต้องหรอกแม่น้อม แม่พรก็เป็นลูกสะใภ้ฉันคงช่วยเหมือตัวเองได้นะลูก หรือจะให้แม่ไปเอาให้ก็ได้” คุณสิรามนพูดอย่างไม่พอใจที่ลูกสะใภ้กดหัวข่มคนของเธอและนายยนต์กับนางน้อมไม่ใช่คนใช้แต่เป็นครอบครัวของเธ
“คุณแม่คะ ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวพรไปหยิบเองก็ได้ค่ะ ตาฟิวส์มีเรื่องจะพูดกับคุณย่าไม่ใช่เหรอลูก” ทิติพรพูดกับแม่สามีแล้วสะกิดลูกชายให้พูดเทื่องที่ดินของย่า
“ครับคุณแม่ คือว่าผมจะมาขอที่ดินของคุณย่าครับ” ทาวัฒน์ขอที่ดินของย่าเอาดื้อๆ
“แล้วฟิวส์อยากได้ที่ดินของย่าไปทำอะไรลูก” คุณสิรามนพูดกับหลานชายอย่างอ่อนโยนที่หลานชายเป็นแบบนี้ก็เพราะแม่เสี้ยมสอนมา
“ฟิวส์จะขายแล้วเอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจครับ เพราะที่ดินและทรัพย์สินของคุณย่าทั้งหมดก็ต้องเป็นของฟิวส์กับยัยฟ้าที่เป็นหลานแท้ๆไม่ใช่ลูกคนใช้ที่คุณย่ายกมาเป็นหลาน” ทาวัฒน์พูดกับย่าอย่างไม่พอใจยังไงเขาต้องได้โฉนดของย่าไปขายเพื่อเอาเงินมาทำทุน
“แล้วฟิวส์มาหาย่า พ่อของฟวิส์รู้หรือเปล่าลูก” คุณสิรามนถามหลานชายอย่างใจเย็น
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อครับ เพราะฟิวส์มาทวงความยุติธรรมให้ตัวเองกับยัยฟ้าครับ” ทำไมเขาต้องบอกพ่อด้วยในเมื่อมันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะได้ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณย่าในฐานะหลานแท้ๆไม่ใช่หลานนองไส้อย่างลิปการ์
“ฟิวส์ฟังย่านะลูก ย่าไถ่ถอนที่ดินผืนนี้มาจริงแต่ย่าเอาไปจำนองกับเพื่อนไว้หากฟิวส์อยากได้ก็เอาเงินสี่สิบห้าล้านมาไถ่ที่เพื่อนของย่าได้เลยลูก” คุณสิรามนบอกหลานชาย
“อะไรนะคะคุณแม่ คุณแม่บอกว่าเอาที่ดินไปจำนองกับเพื่อนสี่สิบห้าล้านเหรอคะ” ทิติพรถามเสียงดังงั้นหมายความว่าแม่สามีรู้แล้วว่าที่ดินผืนนี้มีราคา
“งั้นฟิวส์ไม่เอาที่ดินของคุณย่าก็ได้ ฟิวส์ขอเงินสิบล้านได้มั้ยครับ” ทาวัฒน์หมดหวังจะเอาที่ดินของย่าเพราะมันไม่คุ้มเลยที่จะเอาเงินมาไถ่ตั้งสี่สิบกว่าล้านและแม่ของเขาคงไม่ยอมควักเงินแน่
“ย่าให้ฟิวส์ไม่ได้หรอกลูกเงินก้อนนี้ย่าเก็บไว้ใช้หากย่าไม่มีเงินคืนเพื่อนเขาก็ต้องยึดที่ดินผืนนี้แต่กว่าจะถึงวันนี้นย่าก็คงตายก่อนอย่างน้อยย่าก็มีเงินใช้ไม่ลำบากลูกหลานแล้ว” คุณสิรามนพูดกับหลานชายไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากให้แต่ให้ไปก็เอาไปกินเล่นไม่ได้ทำธุรกิจอะไรเหมือนที่กล่าวอ้าง
“คุณย่าจะเก็บไว้ให้นังลูกคนใช้นั่นเหรอครับ” ทาวัฒน์พูดกับย่าเสียงดังขึ้นด้วยความไม่พอใจที่ท่านไม่ให้เงิน
“ตาฟิวส์เรียกแม่เอ๋ยให้มันดีๆสิลูก อย่าไปพูดดูถูกกดหัวข่มเดี๋ยวเค้าได้ยินเข้าจะเสียไปถึงพ่อแม่ว่าไม่สั่งไม่สอน” คุณสิรามนพูดกับหลานชายที่ถูกปลูกฝังมาอย่างผิดๆยกตัวเหนือคนอื่นที่ด้อยกว่าทั้งที่การกระทำของตัวเองมันด้อยค่ามากกว่าหลายสิบเท่า
“คุณแม่ว่าพรไม่สั่งสอนลูกเหรอคะ” ทิติพรแหวใส่แม่สามีอย่างไม่พอใจที่ว่าลูกชายของเธอและพาลมถึงเธอที่ไม่สั่งสอนลูก
“แล้วมันจริงมั้ยล่ะแม่พร ถ้าเธอสอนลูกตาฟิวส์จะไม่พูดจาดูถูกใครแบบนี้แล้วจะเรียกตัวเองว่าผู้ดีได้ยังไงกันล่ะจริงมั้ย” คุณสิรามนมองลูกสะใภ้อย่างระอา
“ตกลงคุณย่าจะไม่ให้ฟิวส์จริงๆใช่มั้ยครับ” ทาวัฒน์ถามย่าที่ปฏิเสธไม่ให้เงินเขาทั้งที่ได้เงินมากว่ายี่สิบล้าน
“ฟิวส์ได้ไปเยอะแล้วนะลูก เงินที่เอาที่ดินของย่าไปนำนองย่าก็ไม่เอาคืนสักบาท ฟิวส์จะไม่ให้ย่าเหลือไว้ใช้ก่อนตายบ้างหรือไงลูก” ดูหลานชายคนเดียวของเธอสิต่างจากหลานสาวมากที่มีเงินอยู่ในมือจะทำอะไรก็ต้องถามเอก่อนทุกครั้งและถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่เอาเงินเก็บมาใช้จะใช้เงินเดือนของตัวเองใช้เท่านั้น
“คุณย่าได้มาตั้งยี่สิบล้าน ให้ฟิวส์แค่สิบล้านเก็บไว้ใช้สิบล้านก็เยอะแล้วบ้านนอกอย่างนี้จะใช้เท่าไหร่อีกอย่างคุณย่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกันครับ ” ทาวัฒน์ว่าย่าเสียงดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"ตาฟิวส์" คุณสิรามนสะอึกกับคำพูดของหลานชายจนพูดไม่ออกและเสียใจมากจนน้ำตาตกใน
“ตาฟิวส์พูดถูกแล้วค่ะ คุณแม่ก็ขอคุณชาสิบล้านไม่ใช่เหรอคะที่เหลือก็ยกให้หลานไปลงทุนทำธุรกิจสิคะ” ทิติพรก็ไม่ยอมเพราะเงินก้อนนี้มันควรจะเป็นของเธอตามแผนที่วางไว้
“ก็ได้แม่จะให้ตาฟิวส์สิบล้าน”
“จริงเหรอครับคุณย่า ขอบคุณครับ”
“อย่าเพิ่งขอบคุณย่า ฟังย่าพูดให้จบก่อน”
“คุณย่าพูดมาเลยครับ ผมจะทำตามที่คุณย่าต้องการครับ” ทาวัฒน์บอกย่าด้วยความดีใจที่จะได้เงินสิบล้าน
“ฟิวส์มาอยู่ที่นี่กับย่าสองปีแล้วย่าจะให้เงินสิบล้าน” คุณสิรามนพูดกับหลานชายและคิแล้วว่าไม่มีทางที่ทาวัฒน์จะมาอยู่ที่นี่
“คุณย่า/คุณแม่”
“ว่ายังไงล่ะ ยังไม่ต้องตอบย่าตอนนี้ก็ได้กลับไปคิดก่อนแล้วค่อยตอบ อ้อ ถ้าอยู่ไม่ครบสองปีย่าไม่ให้นะ” คนเป็นย่ามองหลานชายกับลูกสะใภ้ที่คิดไม่ถึงว่าเธอจะใช้ไม้นี้
“คุณย่าครับ ฟิวส์จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงไม่มีอะไรเจริญหูเจริญตาบ้านนอกคอกนามีแต่ไร่สวนฟิวส์ไม่อยู่ครับ คุณย่าให้ฟิวส์ทำอย่างอื่นดีกว่านะครับ” ทาวัฒน์มองย่าทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบที่นี่แล้วจะมาอยู่ได้ยังไงยิ่งมาอยู่กับนังลูกคนรับใช้ด้วยแล้วยิ่งไม่มีทาง
“งั้นย่าก็ไม่มีอะไรจะพูด ย่าถือว่าฟิวส์ตัดสินใจแล้วนะ” คุณสิรามนพูดกับหานชายที่ปฏิเสธข้อเสนอของเธอ
“คุณแม่คะ”
“พอเถอะแม่พร แม่ปวดหัวอยากพักผ่อน”
“คุณย่าครับ ผมไม่ยอมนะครับยังไงคุณย่าต้องให้ผมสิบล้านไม่งั้นผมไม่ปล่อยนังลูกคนใช้แน่” ทาวัฒน์ลุกขึ้นเดินไปหาย่าด้วยท่าทีคุกคามและไม่พอใจมากที่ย่าไม่ให้เงินเขาแต่เก็บไว้เลี้ยงลูกคนใช้
“จะทำอะไรคะคุณฟิวส์” นางน้อมลุกขึ้นยืนขวางหน้าทาวัฒน์ที่เดินมาหาย่าหน้าตาถมึง
“หลีกไปอีแก่ไม่ใช่เรื่องของมึง” ทาวัฒน์ตวาดใส่ยายน้อมแล้วผลักร่างอวบให้พ้นทางอย่างแรงจนล้มลงบนพื้น
“โอ้ยย..”
“แม่น้อม” คุณสิรามนตกใจเมื่อเห็นนางน้อมล้ม
“หยุดนะ อย่ามาทำตัวอันธพาลที่นี่” เสียงหวานตวาดดังลั่นแล้วเดินมาขวางหน้าทาวัฒน์ก่อนจะหันไปช่วยย่าประคองยายนั่งบนโซฟา
“อ้อ นึกว่าใครนังลูกคนใช้นี่เอง กล้ามาห้ามกูเหรอไม่เจียมกลาหัวเลยนะมึง" ทาวัฒน์มองลิปการ์อย่างดูถูกเหยียดหยาม
“ฉันจะเป็นฉันจะเป็นลูกใครมันเกี่ยวอะไรกับพวกคุณแล้วออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะโทรแจ้งตำรวจว่าพวกคุณบุกมาทำร้ายร่างกายคนในบ้าน” ลิปการ์ยืนประจันหน้ากับทาวัฒน์อย่างไม่เกรงกลัว
“ไม่ใช่เรื่องของคนใช้อย่างมึง นี่มันเรื่องของครอบครัวกู หลีกไปไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน” ทาวัฒน์พูดเสียงกร้าวด้วยความเกลียดชังนังลูกเมียน้อยที่แย่งความรักของปู่ย่าไม่งั้นทรัพย์สินทุกอย่างต้องเป็นของเขากับน้องสาว
“ตาฟิวส์มีอะไรก่อยพูดค่อยจากันดีๆก็ได้ลูก อย่าทำแบบนี้” คุณสิรามนพูดกับหลานชายเพราะเป็นห่วงหลานสาว
“งั้นคุณย่าก็ให้ผมสิบล้านก่อนสิแล้วผมจะไม่มาที่นี่อีก” ทาวัฒน์ยังทวงเงินจากย่า
"ย่าพูดไปแล้วแต่ฟิวส์ไม่ตกลงเอง"
"ก็บอกแล้วไงว่าผมอยู่บ้านอกนี่ไม่ได้ผมเกลียดมัน" ทาวัฒน์เดินไปหาลิปการ์ด้วยความโกรธ
“เกิดอะไรขึ้นครับ” คีรีภัทรกับนายพยนต์ยืนอยู่หน้าประตูและเขาไม่ได้แอบฟังแต่ได้ยินทุกอย่างตอนแรกจะเข้าสวนแล้วตายนต์บอกว่าลูกสะใภ้กับหลานชายคุณย่ามนนั้นไม่ได้มาดีให้เขารอก่อนพอสองคนนี้กลับค่อยเข้าสวนแต่ได้ยินเสียงยายน้อมร้องจึงพากันเข้ามาดู
